ข่าวประชาสัมพันธ์
เรื่อง : รับมือกับฝุ่นละอองอย่างไร
  รายละเอียด :

ปัญหามลพิษในแต่ละภาคของประเทศอาจจะมีสาเหตุต่างกันแต่ผลกระทบทางลบกลับมีความคล้ายคลึงกัน โดยข้อมูลจากทั้งภาคธุรกิจและราชการพบว่า ปัญหาหมอกควันส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพของประชาชนในวงกว้าง ทำให้จำนวนผู้ป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจ ผิวหนัง ดวงตา รวมไปถึงผู้ป่วยด้านสุขภาพจิต (Roberts et al., 2019) เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ผลการวิจัยจากหลากหลายมหาวิทยาลัย เช่น การศึกษาจาก Ustulin และคณะ (2018) มหาวิทยาลัยคยองฮี (Kyung Hee University) ประเทศเกาหลีใต้ ยังสรุปด้วยว่า มลพิษทางอากาศทำให้คนเสี่ยงกับโรคอ้วนอีกด้วย นอกจากความเสี่ยงจากการเกิดโรคต่าง ๆ ที่กล่าวมาแล้วนั้น หลายครัวเรือนต้องมีรายจ่ายเพิ่มขึ้นจากทั้งค่ารักษาพยาบาลและค่าอุปกรณ์ป้องกันมลพิษและยังส่งผลกระทบไปถึงภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทยซึ่งเป็นกลุ่มที่รับรู้สถานการณ์จากสื่อต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอการเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยลงเนื่องจากความกังวลในสถานการณ์ (Jeensorn etal. , 2018; Pardthaisong et al., 2018; วิทิตานนท์, 2555) ยิ่งไปกว่านั้น ยอดขายร้านอาหารและร้านค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคต่างก็ปรับตัวลดลง เพราะประชาชนพยายามลดการออกนอกบ้าน


ในช่วงหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยให้ความสำคัญกับปัญหาด้านเศรษฐกิจมากแต่ยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมประเทศเท่าที่ควร แม้รัฐบาลจะมีการกำหนดค่ามาตรฐานคุณภาพอากาศในปี 2538, 2547, 2550, 2552 และ 2553 แต่การบังคับใช้ในระดับนโยบายนั้นยังไม่มีความเข้มงวด การเก็บข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศยังไม่เป็นที่แพร่หลายนัก ถึงแม้เราจะไม่สามารถกำจัดมลพิษให้เหลือศูนย์เพราะต้นทุนในการกำจัดมลพิษทั้งหมดนั้นมหาศาล แต่เราสามารถจำกัดมลพิษให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้ แม้จะมีการเรียกร้องให้แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศอย่างจริงจังในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาในหลาย ๆ ประเทศรวมถึงประเทศไทย แต่ก็ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ที่เป็นรูปธรรมจากรัฐบาล นอกจากการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เช่น การฉีดน้ำขึ้นไปในอากาศหรือฉีดน้ำรดถนน การทำฝนเทียมลดฝุ่น การบังคับไม่ให้จุดไฟเผาไร่ข้าวโพดและไร่อ้อยในพื้นที่ต่างๆ การรณรงค์ให้ประชาชนงดจุดธูป การรณรงค์ให้งดรับประทานหมูกระทะและการตรวจจับควันดำจากรถยนต์ แต่อย่างที่ทราบกันดีว่าวิธีการเหล่านี้ไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ มิหนำซ้ำบางวิธียังเป็นการแก้ไขที่ไร้ประสิทธิภาพ


ก่อนที่เราจะสามารถแก้ไขปัญหาใดๆ เราต้องทำความเข้าใจต้นเหตุของปัญหาและนัยยะต่าง ๆ ของปัญหานั้น ๆ สิ่งนี้แม้จะเป็นเรื่องที่ยากแต่หากรัฐบาลไทยไม่ดำเนินการอะไรเลย จะเป็นการผิดคำสัญญาที่ให้ไว้ต่อสหประชาชาติว่าจะผลักดันให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ซึ่งตัวชี้วัดการปล่อยมลพิษทางอากาศของฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดของเป้าหมายที่ 11 ของ SDGs ซึ่งมุ่งที่จะ “ทำให้เมืองและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มีความครอบคลุม ปลอดภัย มีภูมิต้านทานและยั่งยืน” (Make cities and human settlements inclusive,safe, resilient and sustainable) และประชาชนชาวไทยก็จะต้องเผชิญความยากลำบากจากผลเสียที่มากับมลพิษทางอากาศซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงถึงเป้าหมายการพัฒนาฯ ข้ออื่น ๆ โดยเฉพาะเป้าหมายที่ 3: การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Good health and well-being)

  รายละเอียดเพิ่มเติม : ดาวน์โหลดเอกสาร ดาวน์โหลดเอกสาร
 
ประกาศเมื่อวันที่ 26 กรกฏาคม 2564  :: จำนวนผู้อ่าน 76 คน